ทุนการศึกษาครูคืนถิ่น
โครงการผลิตครูชาวเขาเพื่อพัฒนาบ้านเกิด
ในโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า

โดยทันตแพทย์ปัญญา  ยศไพบูลย์ ผู้ประสานงาน


ที่มา
                 จากการที่ข้าพเจ้าได้เป็นหนี่งในคณะกรรมการโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อประชาชนด้อยโอกาสในท้องถิ่น ทุรกันดาร มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี( พอ.สว.) ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการมาต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2548 จนถึงปัจจุบัน   โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่จัดอาสาสมัครทันตแพทย์ออกไปพร้อมกับรถทันตกรรมเคลื่อนที่ซี่งได้จัดเครื่องมือทันตกรรมพร้อมตั้งแต่ เครื่องปั่นไฟ ปั๊มลม เครื่องอบฆ่าเชื้อภายใต้ความดัน(Autoclave) เก้าอี้ทำฟันสนามและอุปกรณ์ทันตกรรมที่สามารถให้การรักษา เช่น อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินน้ำลายและเคลือบร่องฟัน เป็นต้น โดยทีมอาสาสมัครทันตแพทย์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ ปีละ 30 ทีม ทีมละ 6 คน ออกปฏิบัติงานครั้งละ 7 วัน ต่อเนื่องกันไปตลอด 8 เดือน(ยกเว้นช่วงฤดูฝน)ในพื้นที่ทุรกันดาร รถยนต์ปกติไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ จะต้องใช้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น โดยมีสมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปภัมภ์  สมาคมทันตแพทย์เอกไทย และมูลนิธิ พอ.สว. เป็นคณะกรรมการร่วมกันวางแผน และประสานความร่วมมือ จนสามารถให้การรักษาประชาชนประมาณปีละ 20,000 กว่าคน จาก 100 กว่าหย่อมบ้านใน 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดตาก น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ประชาชนเหล่านี้เสมือนว่าจะขาดการติดต่อจากโลกภายนอก เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ รถยนต์ทั่วไปเข้าไม่ได้ การสื่อสารโดยไปรษณีย์ ไม่สามารถเข้าถึงได้ และไม่เคยมีโอกาสเข้าไปรับการรักษาทางทันตกรรมในตัวเมือง ไม่เคยมีคณะอาสาสมัครทันตแพทย์เข้าไปให้การดูแลรักษาเลย นับว่าโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่นี้ เป็นการทำการกุศลครั้งใหญ่ที่ให้ประชาชนที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ ได้รับการรักษาทางทันตกรรมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาแผนปัจจุบัน

                  ผู้เขียนได้มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของคณะอาสาสมัครทันตแพทย์ 1 ครั้งที่ โรงเรียนบ้านหนองอึ่งใต้ อ.อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีโอกาสพูดคุยกับครูในโรงเรียน พบปัญหาว่า ครูทั้งหมดในโรงเรียนไม่ใช่คนในพื้นที่ ส่วนใหญ่มาจากภาคอิสาน ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร และไร่เลื่อนลอย ฐานะค่อนข้างยากจน การศึกษาส่วนใหญ่จะเรียนจบแค่ ป.6 เนื่องจากขาดโอกาสในการศึกษาต่อทั้งในระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา เพราะต้องช่วยครอบครัวในการไร่ นา และการเกษตร ผู้เขียนทราบว่า มีโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนชั้นมัธยมปลาย หากสอบเข้าเรียนในสาขาแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุขในมหาวิทยาลัยของรัฐได้ จะมีเงินทุนสนุบสนุนจากบริษัทบางกอกเนิร์สซิ่งโฮมจำกัด ให้ไว้ เป็นทุนการศึกษา 10 ล้านบาท แต่พบปัญหาว่า นักเรียนทุนในระดับชั้นมัธยมปลายเหล่านี้ เมื่อเข้าร่วมสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐในแต่ละปี ไม่สามารถเข้าเรียนในสาขาแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุขได้ตามข้อกำหนด นักเรียนเหล่านี้จะเสียโอกาสในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐในสาขาอื่นๆ เช่น ครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ ซึ่งสามารถนำความรู้มาพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในบ้านเกิดตนเองได้ไม่น้อยกว่าสาขาการแพทย์ จึงได้ริเริ่มจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ แก่นักเรียนชาวเขา โดยทุนการศึกษานี้จะมอบให้แก่นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการของโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ให้สามารถเรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งต้องใช้เวลา 5 ปี ( อ้างอิงจากหลักสูตรคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ เชียงราย และ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร )  ทุนการศึกษานี้จะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาตั้งแต่ค่าเล่าเรียน(ค่าหน่วยกิต)  ค่าอุปกรณ์การเรียน หนังสือเรียน  เอกสารประกอบการเรียนตามที่ฝ่ายการสอนของมหาวิทยาลัยกำหนดเป็นภาคบังคับ  และอาจจะรวมทั้งค่าอาหาร  ที่พักอาศัยในระหว่างที่เรียนจนจบการศึกษา ตลอดระยะเวลา 5  ปีในหลักสูตร

วิธีดำเนินการ
            ข้าพเจ้าในฐานะผู้ประสานงาน ได้ปรึกษาหารือกับ อาจารย์บุญธันว์ มหาวรรณ์ ผู้ดูแลโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ซึ่งมีสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงสงขลาราชนครินทร์ ทรงเป็นประธานโครงการ หลังจากที่สมเด็จย่าทรงสวรรคต และได้รับความเห็นชอบในการออกใบเสร็จรับเงินโดยโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เพื่อให้ผู้บริจาคสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ อาจารย์บุญธันว์ ได้กรุณาช่วยคำนวณค่าใช้จ่ายในการศึกษาตลอด 5ปีในหลักสูตร เป็นตัวเลขคร่าว คือ ปีที่ 1 จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท ปีต่อไปปีละ 40,000 บาท คำนวณคร่าวๆแล้ว นักศึกษาที่รับทุน จะมีค่าใช้จ่ายตลอด 5 ปีรวมแล้ว คนละ 210,000 บาท  การให้ทุนแต่ละทุนจะให้เป็นเงินก้อนครบจำนวน 210,000 บาทแก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า แล้วนักเรียนทุนจะเบิกใช้จ่ายเป็นรายปีการศึกษา ซึ่งเป็นการรับประกันว่า นักเรียนที่รับทุนจะได้ทุนการศึกษาต่อเนื่องไปจนจบการศึกษาอย่างแน่นอน

             ในปี พ.ศ.2549  ข้าพเจ้าได้รวบรวมผู้มีจิตศรัทธาจากทั้งเพื่อนพี่น้องทันตแพทย์และเพื่อนอาชีพอื่นๆ  ร่วมกันบริจาคจนได้ครบ 1 ทุน 170,000  บาท ( ด้วยความเข้าใจผิดว่าหลักสูตรคณะครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ มีแค่ 4 ปี จำนวนเงินที่ขาดไป 40,000 บาท ผู้เขียนรับผิดชอบที่จะไปหามาเพิ่มเติมจนครบ ภายในปี 2550) และได้ส่งมอบให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เรียบร้อยแล้ว ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 โดยมีเป้าหมายที่จะจัดหาทุนให้ได้ปีละอย่างน้อย 1 ทุนต่อเนื่องกันไป หากเป็นไปได้ ( ขณะนี้ กรกฎาคม 2550 กำลังคัดเลือกนักศึกษาผู้เหมาะสมที่จะรับทุน 1 ทุน)

           ในการรับบริจาคในแต่ละปี   ข้าพเจ้าได้มีแผนการจัดหาเงินบริจาคผู้มีจิตศรัทธา โดยติดต่อผู้มีจิตศรัทธา เชิญชวนมาเป็นกลุ่มผู้บริจาคหลักในระดับองค์กร  เช่น สมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ  สมาคมทันตแพทย์เอกชนไทย  สมาคมนิสิตเก่าทันตแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ  บริษัทห้างร้านภาคเอกชน และบุคคลธรรมดาจากสาขาอาชีพต่างๆที่มีจิตศรัทธา ปีละประมาณ 20 คน คนละ5,000-10,000 บาทต่อปี หรือ จัดงานเพื่อหาทุนเป็นการเฉพาะ

      ท่านสามารถบริจาคเงินเข้าโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ได้โดยตรง
1.ในกรณีไม่ต้องการใบเสร็จ จะมีหนังสือตอบรับการบริจาค ส่งเข้าบัญชี "โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า" เลขที่บัญชี 037-2-43788-6 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเฉลิมนคร
เมื่อโอนเงินแล้ว ให้ส่งสำเนาใบpay-in พร้อมชื่อนามสกุลผู้บริจาค ระบุว่าเป็นเงินบริจาคเพื่อทุนการศึกษาครูคืนถิ่นโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า มาที่แฟกซ์ 0-2225-5411
2.ในกรณีต้องการใบเสร็จ ทำแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย "ทุนการกุศลสมเด็จย่า"(เพื่อโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า) ส่งมาที่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า 693 ถนนบำรุงเมือง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ10100 กรุณาระบุด้วยว่า เป็นเงินบริจาคเพื่อทุนการศึกษาครูคืนถิ่น โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า

หลักพิจารณาในการคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับทุน
           ในการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับทุน  จะพิจารณาจากนักเรียนในโครงการพระเมตตาสมเด็จย่าเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นนักเรียนที่ได้รับทุนต่อเนื่องมาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยจะพิจารณาฐานะ โดยดูจากรายได้ของพ่อแม่  ทรัพย์สินที่มี เช่น ที่ดินที่ทำมาหากิน   จำนวนเครื่องไฟฟ้าที่อำนวยความสะดวก เช่น โทรทัศน์  วิทยุ  ตู้เย็น  จำนวนสัตว์เลี้ยง  เช่น  วัว ควาย  หมู  เป็ด ไก่  จำนวนพี่น้อง อาชีพของญาติพี่น้อง  ตลอดจนผลการเรียน ต้องอยู่ในเกณฑ์ดี  มีความประพฤติดี คุณลักษณะความเป็นผู้นำ มีความปราถนาที่จะเป็นครูและต้องการกลับมาพัฒนาบ้านเกิด    ทั้งนี้มีคณะทำงานในโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า  เป็นผู้ตรวจและอาจารย์ทันตแพทย์ณรงค์ สุขสู่อรรถ เลขาธิการโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อประชาชนด้อยโอกาสในท้องถิ่นทุรกันดาร ร่วมกับข้าพเจ้าในการช่วยคัดเลือกนักเรียน

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดหาทุนการศึกษานี้
          1. สนองความต้องการของนักเรียนชาวเขาชั้นมัธยมปลายที่มีฐานะยากจน มีต้องการเป็นครู เพื่อกลับไปสอนนักเรียนที่บ้านเกิดตนเอง
          2. ครูเหล่านี้จะเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่า เพราะสามารถพูดภาษาเดียวกับชาวบ้าน  รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นมากกว่าครูจากภาคอื่นๆ
          3  ครูเหล่านี้จะสามารถนำความรู้ที่เล่าเรียนมาในระดับปริญญาตรี กลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          4. สามารถเป็นผู้นำชุมชนที่ดีได้ในอนาคต .